7.12.52

การเปลี่ยนแปลง

ผมเริ่มทำงานกับบริษัทนี้ตั้งแต่ปลายปี 47 จนมาถึงวันนี้ 5 ปี ที่ผ่านร้อน ผ่านฝน และผ่านหนาวมากับเจ้านาย

ที่เป็นทั้ง เจ้านาย และเพื่อน ในเวลาเดียวกัน อุปสรรค ปัญหา ที่เราก้าวเดินมาพร้อมกัน บ้างครั้งมันก็ผ่านมันมาได้อย่างง่ายได้

บ้างครั้งมันก็ทุกลักทุเล จนแทบเอาชีวิตไม่รอด หลายต่อหลายครั้งที่ท้อ จนไม่อยากที่จะทำงานต่อ แต่ด้วยเพราะหน้าที่

ที่ต้องรับผิดชอบทั้งต่อตัวเองและคนอื่น ทำให้ไม่สามารถที่จะเดินออกไปได้ ผมเคยบอกกับเจ้านายว่า ถ้าสักวันที่เจ้านายไม่อยู่

หรือให้คนอื่นมาบริหารงานแทน ผมก็จะไม่ทำงานให้เขา...นี่คือสิ่งที่ผมเคยพูดไป

แต่ที่ผ่านมาผมเองก็ไม่ได้เป็นแค่พนักงานบริษัท เพียงอย่างเดียว ผมเองยังมีกิจการร้านกาแฟและเบเกอร์รี่เล็กๆ
 การทำงานทั้งสองอย่างในเวลาเดียว มันเหนื่อยจริงๆ บ้างครั้งผมต้องถามตัวเองว่ามันคุ้มหรือเปล่าที่ทำลงไป

คำตอบที่ได้กลับมา มันคุ้มบ้าง ไม่คุ้มบาง แต่ถ้าใจยังสู้ ก็ไหว

......จนมาถึงเมื่อวาน เจ้านาย ที่เป็นทั้งเจ้านายและเพื่อนผม ก็ เดินมาบอกว่า เขาจะไปเรียนต่อที่สวีเดน 2 ปี หรือไม่ก็อาจจะ

มากกว่านั้น ความรู้สึกผม มันวิ้งๆ หมุนติ๋ว เหมือนจะเป็นลม(ไม่รู้เคยเป็นบ้างหรือเปล่า)
v
v
v
v
v
v
v

เจ้านายกำลังจะทิ้งผมไป....

v
v
v
v
v
v
v
เราคุยกันหลายๆเรื่องทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน เจ้านายบอกผมว่า เขารู้ว่าถ้าไม่มีเขาอยู่ ผมก็จะไม่ทำงานให้กับบริษัทนี้

เขาข้อร้องและเสนอเงื่อนไขให้ผม เขาขอเวลา 2 ปีให้ผมได้ช่วยงานและดูแลกิจการแทนเขาในช่วงที่เขาไม่ได้อยู่

ถ้าเมื่อถึงเวลา 2 ปีแล้ว เขายังไม่กลับมา เขาก็จะให้ผมลาออกจากบริษัท โดยไม่เหนี่ยวรั้งไว้

พร้อมทั้งเวลา 2 ปี ที่อยู่ บริษัทนี้เขาจะแบ่งเปอร์เซน จากรายได้ของบริษัทที่มีให้ผม อาจจะสัก 2-3 %

ผมกลับมาคิดทบทวน ตัวผมเองก็อยากที่จะเปิดบริษัทเอง อยากที่จะทำกิจการเอง ถ้าโอกาสนี้ ผมเลือกที่จะไปจากที่นี่

เลือกที่จะเปิดบริษัทเอง มันจะเป็นยังไง????

กับตัวผมเอง ก็เกิดมาจากที่บริษัทนี้ มีชีวิตที่ดี ทุกๆวันก็เพราะเจ้านาย กับที่แห่งนี้ ผูกพัน และก็รัก อย่างมากมาย

จะก้าวออกไป หรือ รับข้อเสนอที่ เจ้านายมีให้ ผมควรเลือก อย่างไหนดี ......